online
เรามี 12 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Link
logofss
logofssp
0K3fCHbSun92306_copy

วิดีโอเพื่อสุขภาพ
สถิติผู้เข้าใช้
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้44
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้146
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้44
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว1185
mod_vvisit_counterเดือนนี้44
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว7048
mod_vvisit_counterรวม82525

Online (20 minutes ago): 5
หมายเลข IP: 38.107.191.80
,
Today: ส.ค. 01, 2010
rss

กิจกรรม

111

PostHeaderIcon โครงการสร้างเสริมสุขภาพกองทัพไทย

PostHeaderIcon ตัวอย่างการกรอก การประเมินผล โครงการฯ (กองทัพไทย - สปสช.53)(แก้ไข18 มิ.ย.53)

 

PostHeaderIcon ที่อยู่ สำนักงานโครงการฯ (สสส.,สปสช.)

สำนักงานโครงการฯ (สสส.,สปสช.)
เลขที่ 2218   กรมยุทธบริการทหาร  อาคาร 08   ตึก กองพันทหารสารวัตร ชั้น 2
ถ. กรุงเทพ-นนทบุรี   แขวง วงศ์สว่าง   เขต บางซื่อ   กทม.   10800
 

PostHeaderIcon ตัวอย่างการกรอกตัวเลขแบบประเมินผล สปสช.

ตัวอย่างการกรอกตัวเลขแบบประเมินผล สปสช.
 

PostHeaderIcon i-risk ใหม่

DOWNLOAD
 

PostHeaderIcon เสนอโครงการ สปสช ปี 54

- ตัวอย่างการเขียนเสนอโครงการ (เนื้อหา)
- ผนวก ก.

- ผนวก ข.

- แบบประเมินผลโครงการ สปสช. (ที่แก้ไขเมื่อ 15 ก.พ.)ให้กรอกเฉพาะช่องก่อนดำเนินโครงการ
 

PostHeaderIcon ข่าวจาก ภาคี กองทัพอากาศ

  • FrontPage
    ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีส่งหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวงกองทัพอากาศ
    พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีส่งหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวงกองทัพอากาศ
    เมื่อวันพุธที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ ลานจอดอากาศยาน ฝูงบิน ๖๐๑ กองบิน ๖ ดอนเมือง

    กองทัพอากาศ จัดการแสดงคอนเสิร์ตทัพฟ้าคู่ไทยเพื่อ“ชัยพัฒนา” ครั้งที่ ๔
    กองทัพอากาศ กำหนดจัดการแสดงคอนเสิร์ตทัพฟ้าคู่ไทยเพื่อ “ชัยพัฒนา” ครั้งที่ ๔
    เพื่อนำเงินรายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา และเผยแพร่ชื่อเสียงของวงดุริยางค์ทหารอากาศ
    ในวันจันทร์ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ นาฬิกา ณ หอประชุมใหญ่
    ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดและร่วมบริจาคได้
    ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๕๓๔ ๑๑๑๗ และ ๐ ๒๕๓๔ ๑๖๖๐

    ผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมเวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันมาฆบูชา

    พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย คุณนภาพร ศุภวงศ์
    นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ ข้าราชการ ลูกจ้าง
    และครอบครัวทหารอากาศ ร่วมเวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันมาฆบูชา
    เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร

    แถลงข่าวเปิดตัวสโมสรฟุตบอลทหารอากาศภายใต้ชื่อใหม่ “Air Force United FC”

    พลอากาศตรี อานนท์ จารยะพันธุ์ ผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง
    ในฐานะประธานอนุกรรมการฟุตบอลทหารอากาศ
    แถลงข่าวเปิดตัวสโมสรฟุตบอลทหารอากาศ ภายใต้ชื่อใหม่
    “Air Force United FC” และเป็นผู้แทนกองทัพอากาศ
    ลงนามอย่างเป็นทางการ กับ บริษัท แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด จำกัด
    เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์

    กรมกำลังพลทหารอากาศ ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    เมื่อวันอังคารที่ ๒๓ ก.พ.๕๒ นาวาอากาศเอก ปรีชา แถมรัตน์ รองเจ้ากรมกำลังพลทหารอากาศ
    พร้อมด้วยคณะนายทหารสังกัดกรมกำลังพลทหารอากาศ ร่วมลงนามถวายพระพร
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี รพ.ศิริราช

PostHeaderIcon ข่าวจาก ภาคี กองทัพเรือ

  • กองทัพไทยต้านภัยไข้หวัด2009

    พลเรือเอกกำธร  พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือให้การต้อนรับ

    พลโทหญิงกมลพร  สานสมจิตร ผู้จัดการโครงการส่งเสริมสุขภาพกองทัพไทย ในโอกาสมาร่วมงาน

    รวมพลังกองทัพไทยต้านภัยไข้หวัด 2009 ณ หอประชุมกองทัพเรือ

    picture1

  • สมัครด่วน เดิน-วิ่ง

    untitled-1

  • โรคเอดส์
    โรคเอดส์
    (HIV)
    tn_aids

    แผนกระบาดศาสตร์ กกป.พร.

        โรคเอดส์หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องพบครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๒๔ ในสหรัฐอเมริกาในผู้ที่มีประวัติรักร่วมเพศ ต่อมาพบในกลุ่มผู้ติดยาเสพย์ติด ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับการเปลี่ยนถ่ายเลือดและลุกลามมาเป็นโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เวลาใกล้เคียงกันพบมีการระบาดในยุโรป ออสเตรเลีย อาฟริกาและลุกลามมายังเอเซีย
        เชื้อโรคเอดส์ถูกแยกเชื้อมาพิสูจน์ทราบว่าเป็นไวรัสชนิดกลุ่ม Retro virus โดยสามารถแยกเชื้อได้จากต่อมน้ำเหลืองและเม็ดโลหิตแดงเมื่อปี ๒๕๒๗ และได้ตั้งชื่อว่า Human immunodeficiency virus หรือ HIV ต่อมามีคนผลิตน้ำยาตรวจแอนตี้บอดีจากผู้ติดเชื้อได้ในปี ๒๕๒๘ เชื้อ HIV สามารถแยกตามความแตกต่างของลักษณะโปรตีนเป็น ๒ แบบ คือ HIV1 และ HIV2
        HIV-1 พบในลิงชิมแฟนซี ของอาฟริกา
        HIV-2 พบในลิงอาฟริกา พันธุ์ African green monkey


    การเพิ่มจำนวนและความรุนแรงของ HIV-1 จะมากกว่า HIV-2 โครงสร้างของ HIV-1 และ HIV-2 มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ต่างกันเพียงรายละเอียดของโปรตีนในส่วนที่อยู่ในแกนกลางเชื้อ HIV จะมีรูปร่างกลมขนาด ๒๐๐ นาโนเมตร มีแกนกลางทึบ รูปทรงกระบอก มีโปรตีนหุ้มเป็นชั้น ๆ ชั้นนอกสุดมีปุ่มยื่นโดยรอบเรียกว่า Surface protein ดังรูป

    ความทนทานของเชื้อ HIV
        เชื้อ HIV ตายง่ายในสภาพแวดล้อมปกติและนอกจากนี้ยังถูกทำลายโดย แอลกอฮอล์ น้ำยาฟอกผ้าขาว น้ำยาฆ่าเชื้อ ความร้อน ไม่พบการติดต่อทางการหายใจหรือยุงกัด

    การติดต่อ
        เชื้อ HIV พบในเลือด น้ำเหลือง น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด น้ำนม น้ำไขสันหลัง แต่พบน้อยในน้ำลายและไม่พบในเหงื่อ เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อเมือกและผิวหนังที่มีแผล เพราะเชื้อสามารถกระจายไปในกระแสเลือดได้นั่นเอง ดังนั้น ถ้าจะจำแนกวิธี (Route) ของการติดต่อ คือ
        ๑. เพศสัมพันธ์
        ๒. ติดต่อจากแม่ที่ตั้งครรภ์ไปยังลูกในครรภ์ ซึ่งพบได้ว่ามีโอกาสติดต่อไปยังลูกได้ถึง ๒๕%
        ๓. จากบาดแผล จากรอยเข็มฉีดยา
        ๔. ได้รับจากผลิตภัณฑ์จากเลือด

    การตรวจพบเชื้อ
        หลังจากได้รับเชื้อราว ๖-๗ สัปดาห์ จะสามารถตรวจยีนส์หรือแอนตี้บอดีจากการเพาะเลี้ยงแยกเชื้อจากเลือด หลังจากพบเชื้อในเลือด ๑ สัปดาห์ ก็จะสามารถตรวจพบสารแอนตี้บอดี (ส่วนใหญ่จะสามารถตรวจพบแอนตี้บอดี้ ประมาณสัปดาห์ที่ ๓-๑๒ หลังติดเชื้อ แต่บางรายอาจจะล่าช้าในเวลา ๓-๖ สัปดาห์

    พยาธิวิทยา
        เชื้อ HIV พบได้ทั้งในเซลล์และนอกเซลล์ ทั้งในเม็ดเลือดแดงและในต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่ในระบบภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยบางรายรับเชื้อแต่อาจไม่ติด และสามารถรับเชื้อแล้วเกิดอาการของโรคเร็ว แต่บางรายอาการก็ปรากฎอย่างช้า ซึ่งแตกต่างกันได้ตั้งแต่ ๑-๒ ปี จนกระทั่ง ๘-๑๐ ปี

    อาการ
    ผู้ติดเชื้อ HIV จะมีอาการทางคลีนิก แบ่งได้เป็น ๓ ระยะ
        ๑. ระยะติดเชื้อเฉียบพลัน (Acute infection) ซึ่งเป็นระยะหลังจากรับเชื้อ ๖-๑๒ สัปดาห์ โดยผู้ป่วยจะมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย บางรายอาจมีอาการต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีผื่นที่ผิวหนัง ซึ่งอาการจะเป็นอยู่ราว ๑-๒ สัปดาห์ แล้วก็หายไป แต่บางรายอาจจะไม่มีอาการของระยะติดเชื้อเฉียบพลันให้เห็นเลยก็ได้ (คนไทยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการในระยะเฉียบพลันให้เห็น ทำให้ไม่ทราบว่าติดเชื้อ HIV)
        ๒. ระยะไม่แสดงอาการ (Asymptomatic Infection) ระยะนี้ผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติ แต่สามารถตรวจพบแอนตี้บอดีได้ และบางรายยังมีต่อมน้ำเหลืองโต บริเวณลำคอ ขาหนีบ รักแร้ ขนาดเกิน ๑ ชม. และนานเกิน ๓ เดือน
        ๓. ระยะปรากฎอาการส่วนมากจะเกิดหลังรับเชื้อไปอย่างน้อย ๒ ปีขึ้นไป จัดเป็นระยะสุดท้าย ได้แก่ อาการไข้เรื้อรัง น้ำหนักลด ท้องเสีย ไอเรื้อรัง โรคผิวหนังอักเสบ บางรายอาจมีอาการของระบบประสาท ชัก อัมพาต และมักจะพบการติดเชื้อจากโรคบางชนิดได้ง่าย ทั้งจากเชื้อรา พยาธิ และแบคทีเรีย กระทั่งมะเร็งบางชนิด (Carposi Sarcoma) ผู้ที่มีอาการถ้ารักษาอย่างไม่เหมาะสมจะมีชีวิตราว ๖ เดือน ถึง ๒ ปี เท่านั้น ส่วนการติดเชื้อตั้งแต่กำเนิดจะปรากฎอาการภายใน ๑-๒ ปี โดยมีอาการเติบโตช้า ติดเชื้อง่าย ปอดอักเสบ ท้องเสียบ่อย และมีอาการตับ ม้ามโต

  • โรคตาแดง

    โรคตาแดง (Conjunctivitis)

    conjunc1

    แผนกระบาดศาสตร์ กกป.พร.

     

              เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตา จากการติดเชื้อไวรัส เป็นกลุ่มอาดิโนไวรัส ส่วนใหญ่จะติดต่อโดยตรง จากการสัมผัสน้ำตา ของผู้ป่วย ที่ติดมากับนิ้วมือ และแพร่จากนิ้วมือมาติดที่ตาโดยตรง ไม่ติดต่อทางการสบสายตา ทางอากาศ หรือทางรับประทานอาหาร ร่วมกัน อาการเกิดได้ภายใน 1-2 วัน ระยะการติดต่อ ไปยังผู้อื่นประมาณ 14 วัน
    การติดต่อ
              จะติดต่อกันง่ายมากโดย การคลุกคลีใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ป่วยโรคตาแดง ใช้เสื้อผ้า หรือสิ่งของร่วมกับผู้ป่วย ปล่อยให้ฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา ปล่อยให้แมลงวี่ หรือแมลงวันตอมตา ไม่รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะมือและใบหน้า
    อาการ
             ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัส จะมีอาการตาแดง เคืองตา ตาขาวจะมีสีแดงเรื่อ ๆ น้ำตาไหล เจ็บตา มักจะมีขี้ตามากร่วมด้วย จากการติดเชื้อแบคทีเรียมาพร้อมกัน ต่อมน้ำเหลืองหลังหูมักเจ็บ และบวม มักเป็นที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วจะติดต่อมายังตาอีกข้างได้ ถ้าไม่ระวังให้ดี ถ้าระมัดระวังไม่ให้น้ำตามข้างที่ติดเชื้อไว้รัส มาถูกตาข้างที่ดี จะไม่เป็นตาแดง แต่ส่วนใหญ่มักเป็นไปอีกข้างอย่างรวดเร็ว ระยะเวลาของโรคจะเป็นประมาณ 5-14 วัน ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่น
    โรคแทรกซ้อน
              มีอาการเคืองตามาก ลืมตาไม่ค่อยได้ มักมีอาการกระจกตาอักเสบแทรกซ้อน ซึ่งจะดีขึ้นได้ประมาณ 3 สัปดาห์ หรือบางรายเป็น 1-2 เดือน ทำให้ตามัวพร่าอยู่เป็นเวลานาน
    การรักษา
              รักษาตามลักษณะอาการของโรค เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสนี้โดยตรง ถ้ามีขี้ตามากก็หยอดยาปฏิชีวนะสาร มีไข้ เจ็บคอ ก็ใช้ยาแก้อักเสบร่วมด้วยกับยาลดไข้ ยาลดปวด พยายามรักษาสุขภาพ พักผ่อนให้มาก ๆ โดยเฉพาะการใช้สายตาในช่วงที่มีอาการตาแดงอย่างรุนแรง ไม่ควรทำงานดึก ควรนอนให้เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องปิดตาไว้ตลอด ยกเว้นมีกระจกตาอักเสบ เคืองตามาก จึงปิดตาเป็นครั้งคราว ไม่ควรให้เชื้อไวรัสแพร่กระจาย ควรงดการใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน ทุกครั้งที่จับตาควรล้างมือให้สะอาด ผู้ป่วยไม่ควรลงเล่นน้ำในสระ จะแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปในน้ำได้
    การป้องกัน
              ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่คลุกคลีใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย ถ้ามีฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที อย่าปล่อยให้แมลงหวี่ หรือแมลงวันตอมตา หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ให้สะอาดอยู่เสมอ ผู้ป่วยโรคตาแดงควรหยุดเรียนหรือหยุดงานรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคตาแดงลุกลาม หรือติดต่อสู่คนอื่น

  • ยุงลาย

    a_albopictusยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกเป็นแมลงจำพวกหนึ่งที่สำคัญมีอยู่ 2 ชนิด คือ ยุงลายบ้านและ ยุงลายสวน ยุงลายเป็นยุงที่มีขนาดปานกลาง วงจรชีวิตของยุงลายประกอบด้วยระยะต่างๆ 4 ระยะ ได้แก่ ระยะไข่, ระยะตัวอ่อนหรือลูกน้ำ, ระยะดักแด้หรือตัวโม่ง, และ ระยะตัวเต็มวัยหรือตัวยุง ทั้ง 4 ระยะมีความ แตกต่างกันทั้งรูปร่างลักษณะและการดำรงชีวิต ลักษณะสำคัญทั่วไปของยุงลาย คือ

    ระยะตัวเต็มวัย (ตัวยุง)

    1. ร่างกายอ่อนนุ่ม เปราะบาง แบ่งเป็น 3 ส่วนแยกออกจากกันเห็นได้ชัดเจนคือ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง ลำตัวยาวประมาณ 4-6 มม. มีเกล็ดสีดำสลับขาวตามลำตัวรวมทั้งส่วนหัวและส่วนอกด้วย
    2. มีขา 6 ขาอยู่ที่ส่วนอก ขามีสีดำสลับขาวเป็นปล้องๆ ที่ขาหลังบริเวณปลายปล้องสุดท้ายมีสีขาวตลอด
    3. มีปีกที่เห็นได้ชัดเจน 2 ปีกอยู่บริเวณส่วนอก ลักษณะของปีกบางใส มีเกล็ดเล็กๆบนเส้นปีก ลักษณะของเกล็ดแคบ ยาว บนขอบหลังของปีกมีเกล็ดเล็กๆเป็นชายครุย นอกจากนี้ที่ส่วนอกยังมีอวัยวะที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัวอยู่ใกล้กับปีก
    4. มีปากยาวมาก ลักษณะปากเป็นแบบแทงดูด
    5. เส้นหนวดประกอบด้วยปล้องสั้นๆ 14-15 ปล้อง ที่รอยต่อระหว่างปล้องมีขนขึ้นอยู่โดยรอบ ในยุงตัวผู้เส้นขนเหล่านี้ยาวมาก (ใช้รับคลื่นเสียงที่เกิดจากการขยับปีกของยุงตัวเมีย) มองดูคล้ายพู่ขนนก ส่วนในยุงตัวเมียเส้นขนที่รอยต่อระหว่างปล้องจะสั้นกว่าและมีจำนวนน้อยกว่า ลักษณะของหนวดยุงจึงใช้ในการจำแนกเพศของยุงได้ง่าย
  • สาเหตุของไข้หวัด2009

    สาเหตุของไข้หวัด 2009 เกิดจากเชื้อไวรัส ชนิดหนึ่ง

    dead

    ไข้หวัดใหญ่ 2009 หวัดสายพันธุ์ใหม่ ที่ระบาดทั่วโลก

    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
    ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, อ.ส.ม.ท.

              ข่าวคราวการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ H1N1 ปรากฎให้เห็นมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 แล้ว แต่ยิ่งนับวันก็ยิ่งมีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ทำให้องค์การอนามัยโลกกังวลว่าไข้หวัดใหญ่ 2009 อาจจะสร้างความรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก 

              ทั้งนี้ประเทศแถบเอเชียใกล้ๆ บ้านเรา ก็มีรายงานผู้ติดเชื้อแล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทย ดังนั้นโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป วันนี้กระปุกจึงนำเรื่องราวของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 มาบอกต่อเพื่อเป็นความรู้ค่ะ
     สถานการณ์การแพร่ระบาดล่าสุด

              องค์การอนามัยโลกได้ประกาศเตือนภัยการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ระดับ 5 หมายถึง มีการติดต่อของเชื้อไวรัสจากคนสู่คน และแพร่ระบาดไปอย่างน้อยสองประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก รายงานว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั่วโลก ล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 12,954 รายแล้ว ใน 46 ประเทศ และมีจำนวนผู้เสียชีวิต 92 ราย ขณะที่ในประเทศเม็กซิโก มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 85 ราย และมีผู้ติดเชื้อ  4,721 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2552)

    โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009

              โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีชื่อเรียกในประเทศต่างๆ หลายชื่อ คือ ไข้หวัดเม็กซิโก, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอชวัน เอ็นวัน 2009, ไข้หวัดใหญ่จากสุกร (Swine Influenza) เป็นต้น เป็นไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ ตามปกติมีการระบาดในหมูเท่านั้น สามารถพบได้ทั้งในหมูเลี้ยง และหมูป่า ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง H1N1, H1N2 และ H3N2 แต่บางครั้งหมูอาจมีเชื้อไข้หวัดอยู่ในตัวมากกว่า 1 ชนิด ซึ่งอาจทำให้เกิดการผสมกันของยีนได้ ทำให้เกิดเป็นไวรัสชนิดใหม่ที่สามารถข้ามสายพันธุ์มาติดต่อยังมนุษย์ได้ เริ่มต้นจากการสัมผัสกับหมูที่เป็นโรค

              สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่เริ่มแพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ก่อนจะแพร่ระบาดไปหลายๆ ประเทศทั่วโลกนั้น เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคน และไม่เคยพบมาก่อน เนื่องจากเป็นการผสมกันของสารพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์, ไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และไข้หวัดหมูที่พบในทวีปเอเชีย และยุโรป ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 เนื่องจากหวั่นวิตกว่า เชื้อ H1N1 อาจจะกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้น

     วิวัฒนาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009

              ก่อนที่ไข้หวัดหมูดั้งเดิมจะกลายพันธุ์เป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ดั้งเดิม พบมาตั้งแต่ ค. ศ.1918-1919 ในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่สเปน (Spanish Flu) ระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลก จนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 50 ล้านคน ส่วนใหญ่อายุ 20-40 ปี และตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จากนั้นโรคไข้หวัดหมูได้แพร่ระบาดในช่วงต่างๆ ก่อให้เกิดโรคในคนอยู่มากกว่า 50 ราย โดยผู้ป่วย 61% มีประวัติสัมผัสหมู และมีอายุเฉลี่ย 24 ปี หลังจากนั้นใน ค.ศ.1974 ไข้หวัดหมูได้แพร่ระบาดในค่ายทหาร (Fort Dix) ที่รัฐนิวเจอร์ซี่ มีผู้ป่วย 13 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยที่อีก 230 ราย ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการแต่น้อยมาก ทั้งหมดนี้ไม่มีประวัติสัมผัสหมู ซึ่งแสดงว่าน่าจะมีการพัฒนาจนมีการติดต่อจากคนสู่คน

              ต่อมาใน ค.ศ.1988 หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งเสียชีวิตในรัฐวิสคอนซิน และมีประวัติสัมผัสหมู จึงเกิดการสงสัยว่าไข้หวัดหมูอาจไม่ใช่พันธุ์หมูล้วน (classic H1N1) จนกระทั่งปี ค.ศ.1998 จึงพิสูจน์พบว่า หมูที่เลี้ยงในประเทศสหรัฐอเมริกา มีไวรัสไข้หวัดหมูกลายพันธุ์ โดยมีพันธุกรรมผสมระหว่างหมู คน และนก เกิดสายพันธุ์ผสม (Triple assortant virus) H3N2, H1N2, และ H1N1 (วารสารโรคติดเชื้อ JID 2008) และสายพันธุ์ผสมนี้ยังพบได้ในเอเชีย และแคนาดา
    เดือนพฤศจิกายน 2008 ได้พบไข้หวัดหมูผสมสายพันธุ์ใหม่ (H1N1) ที่ประเทศสเปน จากหญิงอายุ 50 ปีที่ทำงานในฟาร์มหมู โดยมีอาการไข้ ไอ เหนื่อย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คันคอ คันตา และหนาวสั่น แต่อาการเหล่านี้หายไปได้เอง โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาใดๆ จึงไม่มีการคาดการณ์ว่า ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่จะเป็นอันตรายมากนัก

              จนกระทั่งล่าสุด เกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดหมู หรือที่มีการบัญญัติชื่อใหม่ว่า ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ลามไปทั่วโลก และมีการยืนยันอย่างแน่ชัดว่า โรคนี้สามารถแพร่กันระหว่างคนสู่คน เนื่องจากเชื้อโรคได้วิวัฒนาการอย่างสมบูรณ์แล้ว

     การติดต่อโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009

              เชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีการติดต่อเหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนทั่วไป และเชื้อจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยระยะฟักเชื้อของไข้หวัดใหญ่ 2009 นั้นอยู่ที่ประมาณ 3-7 วัน หากผู้ป่วยได้รับเชื้อมากระยะฟักตัวก็จะเร็ว ซึ่งทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยด้วยว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน

              ทั้งนี้เชื้อโรคจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นด้วยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด รวมทั้งติดต่อกันทางลมหายใจ หากอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ และสามารถติดต่อได้จากมือ หรือสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ ทั้งนี้เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ซึ่งสามารถแพ้เชื้อได้ ตั้งแต่ผู้ติดเชื้อยังไม่ปรากฎอาการ หรือหลังจากปรากฎอาการไข้แล้ว

              ขณะที่นักวิชาการขององค์การอนามัยโลก ระบุไว้ว่า โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีอัตราการแพร่ระบาดมากกว่าโรคซาร์ส และไข้หวัดนก แต่อัตราการเสียชีวิตมีน้อยกว่า คืออยู่ที่ร้อยละ 5-7 ขณะที่โรคไข้หวัดนกมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60



     อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009

              เมื่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 เข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะปรากฎอาการที่คล้ายกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่มีอาการรุนแรงกว่าและรวดเร็วกว่า นั่นคือ มีไข้สูงราว 38 องศาเซลเซียส ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ ปอดบวม เบื่่ออาหาร บางรายอาจท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน จากนั้นเชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสโลหิต จึงทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะมีการทรงตัวผิดปกติ เดินเอนไปเอนมาเหมือนคนเมาสุรา นอกจากนี้อาจสูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกได้ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที


     ระยะติดต่อ 

              ระยะติดต่อหมายถึงระยะเวลาที่เชื้อสามารถติดต่อไปยังผู้อื่น ระยะเวลาที่ติดต่อคนอื่นคือ 1 วันก่อนเกิดอาการ ห้าวันหลังจากมีอาการ ในเด็กอาจจะแพร่เชื้อ 6 วันก่อนมีอาการ และแพร่เชื้อได้ นาน 10 วัน

     โรคแทรกซ้อนที่สำคัญ

              ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอดอักเสบตามมา รวมถึงหัวใจวาย และอาจจะทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งโรคแทรกซ้อนนี้สามารถคร่าชีวิตได้ หากผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และติดยาเสพติด เป็นต้น

     ผู้ป่วยควรจะพบแพทย์เมื่อไร 

              ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ที่ต้องสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 แล้วพบว่าตัวเองมีไข้สูง 38.5 องศา มีไข้นานเกิน 7 วัน เจ็บหน้าอก ปวดท้อง อาเจียน มีจุดเลือดตามตัว ตาเหลือง เจ็บคอมาก มีเสมหะสีเขียวๆ เหลืองๆ ผิวสีม่วง หรือได้พยายามรักษาตัวเองแล้ว แต่ยังไม่หาย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ด้วยวิธี PCR ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้สามารถหาเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ได้ภายใน 24 ชั่วโมง และควรเข้ารับการตรวจรักษาภายในห้องตรวจพิเศษ Negative Pressure เพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อไวรัสต่อไปยังผู้อื่น

    รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009

              องค์การอนามัยโลก ระบุว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ยังไม่สามารถป้องกัน และรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้ได้ แต่จากผลการทดสอบในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ คือ 

              1. "โอเซลทามิเวียร์" (ชื่อทางการค้าว่า ทามิฟลู)  เป็นยาที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กอ่อนถึงผู้ใหญ่ มีตัวยาทั้งที่เป็นเม็ดและเป็นน้ำ แต่มีผลข้างเคียง ที่พบบ่อยที่สุด คือ อาการคลื่นไส้ อาเจียน นอกจากนั้นในเด็กอาจมีอาการปวดท้อง เลือดกำเดาออก ปัญหาเรื่องหู และโรคตาแดง

              2."ซานามิเวียร์" (ชื่อทางการค้าว่า รีเลนซา) เป็นยาที่ใช้ได้เฉพาะในผู้ป่วยอายุมากกว่า 5 ปี และไม่แนะนำให้ใช้ในคนที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง เช่น โรคหืด หรือผู้ป่วยในสถานพยาบาล และผู้ที่มีอาการแพ้สารแลคโตส ตัวยามีลักษณะเป็นเบบชนิดพ่นเท่านั้น ผลข้างเคียงของยานี้คือ เพิ่มความเสี่ยงของอาการหายใจลำบาก ในเด็กวัยเล็กและวัยรุ่น อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากอาการชัก อาการสับสน ความประพฤติผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากไข้หวัดใหญ่ในระยะแรก

              ทั้งนี้ ยาทั้งสองชนิด สามารถป้องกันเชื้อไวรัสไม่ให้แตกตัว  แต่ต้องรับยาภายใน 48 ชั่วโมง เพราะมีโอกาสที่เชื้อไวรัสจะกลายพันธุ์ได้อีกในอนาคต อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกกำลังเร่งผลิตวัคซีนเพื่อป้องกัน และรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้อยู่ ซึ่งยังคงต้องใช้เวลา อย่างน้อย 5-6 เดือน เพื่อให้ได้วัคซีนที่ใช้รักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ายพันธุ์ใหม่ 2009

              โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อจากคนสู่คน ซึ่งวิธีการป้องกันการติดต่อของโรคได้ดีที่สุด คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด และล้างมือบ่อยๆ รวมทั้งผู้ที่ป่วยเป็นหวัด ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันโอกาสการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่จะเข้าไปผสมกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลในตัวผู้ป่วย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดเชื้อใหม่ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ดื้อยาเพิ่มขึ้น และแพร่ระบาดจากคนสู่คนมากขึ้นต่อไป

              นอกจากนี้หากใครที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และมีไข้สูง ให้รีบไปพบแพทย์โดยทันที เพื่อจะได้เฝ้าระวังและรักษาได้ทัน

     วัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่

              วัคซีนสำหรับรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ อาจไม่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ แต่ก็ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ที่จะเกิดขึ้นตามฤดูกาลได้ ซึ่งอาจจะช่วยป้องกันไม่ให้ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ผสมกับไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ จนกลายพันธุ์เป็นพันธุ์ที่รุนแรงมากกว่าเดิม

              ทั้งนี้วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวัคซีนชนิดฉีด และเป็นวัคซีนเชื้อตาย จำนวน 3 สายพันธุ์ คือ ชนิดเอ 2 สายพันธุ์ และชนิดบี 1 สายพันธุ์ ทุกปีจะมีการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขึ้นมาใหม่ โดยองค์กรอนามัยโลกจะคาดเดาว่า ในปีนั้นจะมีเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใดระบาด และแยกผลิตเป็นสองสูตร สำหรับประเทศในซีกโลกเหนือ และประเทศในซีกโลกใต้

              วัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่นี้ สามารถฉีดได้ในเด็ก ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อ สำหรับเด็กที่อายุน้อยกว่า 9 ปี หากไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อนในปีแรก ให้ฉีด 2 เข็ม โดยห่างกัน 1 เดือน จากนั้นให้ฉีด 1 เข็ม ในแต่ละปี หากเป็นเด็กโตหรือผู้ใหญ่ ให้ฉีดวัคซีนปีละครั้ง

              โดยทั่วไปการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันโรคได้ร้อยละ 60-90 หรือหากเป็นขึ้นมา อาการของโรคก็จะไม่รุนแรงนัก ทั้งนี้หลังจากฉีดวัคซีนแล้ว อาจมีอาการปวดบวมแดงเฉพาะที่ หรืออาจมีไข้หรือปวดเมื่อยตามตัว นาน 1-2 วัน

              แม้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะมีอัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อไม่มากนัก และผู้ติดเชื้อในประเทศไทยจะได้รับการรักษาจนหายแล้วก็ตาม แต่อย่างไรเราก็ควรต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถเตรียมการป้องกัน และเฝ้าระวังได้อย่างถูกต้อง ซึ่งวิธีการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ดีที่สุด ก็คือการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง และล้างมือบ่อยๆ เพื่อกำจัดเชื้อโรคออกไปนั่นเอง

  • แผนงาน
    ใส่ข้อความนะคับ